วันศุกร์, ตุลาคม 19, 2018
เกษตร

ถั่วพู ผักพื้นบ้านปลูกง่ายสร้างรายได้งาม แน่ะนำตังแต่วิธีเตรียมเมล็ดจนเก็บเกี่ยว

5.43KViews

ถั่วพู ผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมาก ปลูกง่ายสร้างรายได้เป็นอย่างดี มีประโยชน์มากมายนั้นคือ ถั่วพู  นั้นเอง หลายคนอาจมองข้ามหลายคนไม่เชื่อว่าถั่วพูปลูกเป็นอาชีพได้ ถั่วพูปลูกง่ายขึ้นได้ดีเกือบทุกดิน โตได้ตั้งแต่พื้นราบไปถึงที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,000 เมตร ปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศ ปัจจุบันมีการค้นพบสรรพคุณของถั่วพูว่ามีมากมาย เหนือกว่าถั่วต่างๆ เหนือกว่าถั่วเหลืองและคาดว่าอนาคตอันใกล้นี้หากมีการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกถั่วพูกันมากๆ จะสามารถทดแทนการนำเข้าถั่วเหลืองได้ เมล็ดถั่วพูแห้งสามารถนำมาทำได้ทุกอย่างที่ถั่วเหลืองทำได้เช่นน้ำเต้าหู้ เต้าหู้แผ่นและสกัดเป็นน้ำมันพืชแทนน้ำมันถั่วเหลืองได้และมีข้อดีกว่าถั่วเหลืองเพราะในถั่วพูมีฮอร์โมนเอสโตเจน (ภาษาอังกฤษ: Estroger;) น้อยกว่าถั่วเหลือง (การกินฮอร์โมนเอสโตเจนมากจะทำให้มีความเป็นผู้หญิงมากกว่าชาย)

การเตรียมต้นกล้าถั่วพู

การปลูกถั่วพู เริ่มต้นโดยผสมดิน ปุ๋ยหมักชีวภาพ และแกลบดำ อย่างละเท่า ๆ กัน เนื่องจากถั่วพูเป็นเมล็ดที่แข็ง จึงต้องนำไปแช่ในน้ำอุ่นที่อุณหภูมิที่สามารถนำมือไปแช่ในน้ำได้นาน  กรอกถุงเพาะหยอดเมล็ดถั่วพูถุงละเมล็ด รดน้ำให้ชุ่มทุกวันเมื่อต้นถั่วมีใบจริง 2-3 ใบ ก็นำไปปลูกได้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

การเตรียมดินปลูกถั่วพู

ไถยกร่องแล้วใส่ปุ๋ยคอกมารองพื้นในหลุมที่จะปลูก ระยะห่างระหว่างแถวควรให้ห่างประมาณ 2 เมตรและต้นควรจะห่างประมาณ 1 เมตร ถั่วพลูเป็นพืชที่มีรากลึกปานกลาง การเตรียมดินไถลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร จากดินไว้ประมาณ 7 วัน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก พรวนดินให้ละเอียดแล้วยกร่องแปลงให้มีทางเดิน

การเตรียมหลุมและค้างปลูกถั่วพู

  • ควรปลูกหลุมละ 1 ต้น ห่างกัน 2 x 2 เมตร
  • รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมักชีวภาพประมาณ 1/2 กก/หลุม
  • ค้างถั่วพูควรเป็นเสาไม้ไผ่ที่แข็งแรง เพียง 1 หลัก ต่อหลุม ยาว 2-25 เมตร
  • ฝังหลักค้างให้มั่นคง

ขั้นตอนการปลูกถั่วพู

การปลูกใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 60 เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ถั่วพูนิยมปลูกด้วยเมล็ด หลังจากเตรียมดินเสร็จแล้ว ให้ขุดหลุมปลูกตามระยะปลูก หยอดเมล็ดลงหลุมๆละ 5 เมล็ด ลึกประมาณ 2 เซ็นติเมตร กลบด้วยดินบางๆ คลุมด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่มชื่น หลังจากเมล้ดงอก ประมาณ 1-2 สัปดาห์ให้ถอนแล้วแยกเหลือหลุมละ 3 เมล็ด

การดูแลถั่วพู

ปลูกต้นกล้าและรดน้ำให้ชุ่มทุกวัน

ใช้เชือกกล้วยผูกพันหลักค้าง

ควรเติมปุ๋ยหมักชีวภาพประมาณ 100 กรัมต่อต้น ทุกๆ 15 วัน

ฉีดน้ำสะเดาหมักทุก ๆ 7 วัน แต่ถ้าหากมีเพลียอ่อนให้เพิ่มน้ำยาหมักฉุนและกากน้ำตาลฉีดพ่นยามสายๆของทุกวัน

การทำค้างถั่วพู

มีวิธีทำหลายแบบ  เช่น ค้างเดียวปักตรงหลุมละ 1 หลัก โดยใช้ไม้ลวดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 2 เมตร หรือค้างแบบคู่ คือปักค้างตรงทุกร่อง และรวมปลายเป็นคู่ๆไป หรือใช้ตาข่ายขึงเป็นร่องๆ แต่ต้องมีหลักไม้ปักทุกหลุมเพื่อคอยพันหลักเถาถั่วพูและพันหลักด้วยจะช่วยให้เต็มค้างได้ไวขึ้น

การรดน้ำและใส่ปุ๋ยถั่วพู

ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของพืชที่ปลูกควรรดน้ำทุกวันเช้าและเย็น ใส่ปุ๋ยชีวภาพและฉีดสมุนไพรไล่แมลงทุก ๆ 7 วัน ควรใส่ปุ๋ยเคมีสุตร 12-24-12 ,15-15-15 อัตร 50 กก/ไร่ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน ให้เริ่มใส่ปุ๋ยหลังจากที่ปลุกได้ประมาณ 30 วัน ส่วนการกำจัดวัชพืช  ต้องคอยถอนหรือถากหญ้าอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้วัชพืชแย่งปุ๋ยแย่งน้ำถั่วพู

การเก็บเกี่ยวถั่วพู

การปลุกถั่วพูด้วยเมล้ด ใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงจะออกดอก และให้ผักโตให้ได้ขนาดจึงเก็บไปขายหรือบริโภคได้ ในการเก็บเกี่ยวถั่วพู ควรเก็บเกี่ยวในตอนเช้าและตอนเย็นเท่านั้น เพราะกลีบถั่วพูเป็นกลีบที่บาง หากเก็บเกี่ยวในตอนสายหรือช่วงที่แดดร้อนมาก ๆ จะทำให้กลีบถั่วพูช้ำ ไม่สวยไม่เป็นที่ต้องการของลูกค้า เวลาเก็บเกี่ยวควรจะหาใบตองหรือถุงพลาสติครองตระกล้าไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลีบถั่วพูช้ำ

ประโยชน์ของถั่วพู

นอกจากนั้นหัวใต้ดิน นำหัวมาตากแห้งคั่วให้เหลือง ชงน้ำดื่มแก้อาหารอ่อนเพลีย ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีการกินหัวถั่วพู โดยมีการนำมาต้มกินคล้ายหัวมัน หัวใต้ดินมีปริมานโปรตีนร้อนละ 20-30 นักโภชนาการของไทยนำหัวถั่วพูมาแปรรูปเป็นแป้งสำหรับประกอบอาหารต่างๆ ได้ดีนำไปเชื่อมเป็นขนมหวานได้ รวมทั้งผ่านเป็นแผ่นบางๆ ทอดกรอบแบบมันฝรั่งก็เป็นอาหารคบเขี้ยวโปรตีนสูงได้ด้วย ฝักอ่อนบำรุงร่างกาย แก้อ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดเมื่อย แก้ตัวร้อน ลดไข้ในเด็กทารก ใบแก้อาเจียนคุณค่าทางอาหารในส่วนที่บริโภคได้ 100 กรัม ประกอบด้วยแคลเซียม 33 มิลลิกรัม เหล็ก 3.7 มิลลิกรัม วิตามินเอ 567มิลลิกรัม วิตามินซี 21 มิลลิกรัม ใบ 5.7 เปอร์เซ็นต์ ดอก 5.6 เปอร์เซ็นต์ ฝัก 1.9-3.0 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดแก่ 29.8-37.4 เปอร์เซ็นต์ และหัว 10.9 เปอร์เซ็นต์

เมล็ดแก่มีคุณค่าทางอาหาร ช่วยเสริมวิตามินเอให้ร่างกาย มีโปรตีนร้อยละ 29-37 มีกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดนอกจากนี้ในเมล็ดแก่ยังมีน้ำมัน 15.0-18.3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักสดสามารถนำมาเป็นน้ำนมถั่วพูซึ่งจะเหมือนกับน้ำนมถั่วเหลืองใช้ประกอบอาหารได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นใน

ที่มา http://www.vigotech.co.th

error: Content is protected !!